ข้อค้นพบจาก PISA 2018 เกี่ยวกับกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)

กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) คือ ความเชื่อว่า ความสามารถหรือสติปัญญาของบุคคลสามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา กรอบความคิดแบบเติบโตจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ การไม่หลีกเลี่ยงความท้าทาย การไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว การเห็นคุณค่าของความพยายาม การเรียนรู้จากคำวิจารณ์ และการมองหาบทเรียนและแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นหนทางสู่การประสบความสำเร็จทั้งในด้านการศึกษาและด้านอื่น ๆ ในชีวิต

ผลการประเมิน PISA 2018: นักเรียนไทยวัย 15 ปี รู้และทำอะไรได้บ้าง

นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD และเมื่อเปรียบเทียบผลการประเมิน PISA 2015 กับ PISA 2018 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลงประมาณ 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้นประมาณ 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตั้งแต่การประเมินรอบแรกจนถึงปัจจุบัน พบว่า ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลการประเมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

การประเมินด้านการอ่านของ PISA 2018 เป็นอย่างไร

ปัจจุบันมีการแพร่หลายของสื่อดิจิทัลและอุปกรณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นทำให้สิ่งที่ผู้คนต้องอ่านมีปริมาณและความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นด้วย การพัฒนาปรับปรุงกรอบโครงสร้างด้านการอ่านใน PISA 2018 จึงเน้นที่การอ่านเนื้อเรื่องจากหลายแหล่งข้อมูล โดยแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบสื่อดิจิทัลเพื่อสะท้อนให้ถึงธรรมชาติของการอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของโลกและสอดคล้องกับการใช้ข้อมูลในชีวิตจริงของผู้คนทั่วโลก โดยผลการประเมิน PISA 2018 จะประกาศในวันที่ 3 ธันวาคม 2562 นี้

เวลาเรียนที่นักเรียนใช้สมดุลกับผลการเรียนรู้หรือไม่

เวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียน ทั้งครูและนักเรียนต้องการเวลาเพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ครอบคลุมหลักสูตร สอนซ้ำเพื่อทบทวน ให้และรับข้อมูลป้อนกลับ และทำกิจกรรมภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเวลาเรียนเพียงอย่างเดียว โดยขยายเวลาเรียนต่อวันให้มากขึ้นหรือลดเวลาพักให้น้อยลงนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นจนมีคำถามเกิดขึ้นว่า การเพิ่มเวลาเรียนจะทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นหรือจะทำให้นักเรียนเกิดความเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายมากกว่ากัน

ระบบการศึกษาที่ดีเป็นอย่างไร

การศึกษาของฟินแลนด์และเกาหลีใต้ได้รับการยกย่องว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก แม้ว่าทั้งสองระบบจะมีวิถีทางที่แตกต่างกันราวกับขาวกับดำ แต่ทั้งสองระบบการศึกษาก็ไปสู่ปลายทางคือความเป็นเลิศเหมือนกัน และทั้งสองระบบต่างก็ให้บทเรียนแก่ระบบการศึกษาอื่นที่ยังต้องแสวงหาความเป็นเลิศอยู่ว่าใครจะเลือกระบบใดหรือระบบใดมีความเหมาะสมต่อการนำมาเป็นต้นแบบของตน

เมื่อการอ่านกลับมาเป็นการประเมินหลักใน PISA 2018

กรอบโครงสร้างการรู้เรื่องการอ่านของ PISA สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับมุ่งเน้นไปที่ทักษะการอ่าน ซึ่งรวมถึงการค้นหา การเลือก การตีความ การรวบรวมและประเมินสาระข้อมูลจากเนื้อเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกนอกเหนือจากที่เรียนในชั้นเรียน

สร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ความท้าทายที่ต้องดำเนินการ

ระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่ระบบการศึกษาของประเทศที่มีรายได้สูงเท่านั้น แต่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรือรายได้ต่ำก็สามารถมีระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จได้หากมีพลังของความตั้งใจจริง มีระดับนโยบายที่มีเป้าหมายชัดเจนไม่เปลี่ยนทิศทางตามความพอใจ มีกองทัพครูที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ ข้อสำคัญที่สุด คือ การทุ่มเทการสอนในห้องเรียนของครู

เทคโนโลยีการสื่อสารกับการเรียนรู้

ประเด็นการให้นักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนหรือไม่นั้นมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อการเรียน แต่ก็จะเกิดประโยชน์ได้ตราบเท่าที่ผู้ใช้รู้ดีว่าจะใช้อย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ ผลการวิจัยก็สนับสนุนว่า กลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูง การใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนสามารถให้ประโยชน์ในการเรียนรู้ได้ แต่ตรงกันข้ามกับกลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำและผลสัมฤทธิ์ปานกลาง การใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนกลับเป็นผลเสียต่อการเรียนรู้

โรงเรียนในชนบทกับโรงเรียนในเมืองแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

ความท้าทายอย่างหนึ่งของรัฐคือการประกันว่า จะจัดการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันไม่ว่าโรงเรียนจะอยู่พื้นที่ใดในประเทศ เนื่องจากโรงเรียนในชนบทมีความห่างไกลและมีขนาดเล็กซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาวิชาชีพครูและการจัดการศึกษาที่หลากหลายสำหรับนักเรียนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อได้เปรียบที่อัตรานักเรียนต่อครูต่ำ ก็อาจเปิดโอกาสให้โรงเรียนในชนบทสร้างนวัตกรรมการเรียนได้ง่ายกว่า เช่น การใช้ครูจากบุคลากรในท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในโรงเรียนชนบทด้วยกัน หรือการนำเทคโนโลยีสื่อสารทางไกลมาใช้ในการเรียนการสอน การรวมพลังท้องถิ่นที่สร้างสมรรถนะและทรัพยากรเหล่านี้เป็นหนทางให้สามารถลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบทลงได้

เพราะเหตุใดผู้หญิงจึงทำงานด้านวิทยาศาสตร์น้อยกว่าผู้ชาย

การวิจัยของ Gijsbert Stoet และ David Geary (OECD, 2019) ชี้แนะว่า ในการเลือกอาชีพทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนอาจได้รับอิทธิพลจากความเข้าใจในจุดแข็งทางวิชาการที่ตนมีเมื่อเทียบกับวิชาอื่น ๆ และความมั่นใจกับความสนใจในวิทยาศาสตร์ว่าตนมีความสามารถทางวิทยาศาสตร์มากพอ นักเรียนหญิงที่มีความสามารถสูงมักจะแตกต่างจากนักเรียนชายที่มีความสามารถสูงตรงที่นักเรียนหญิงอาจจะไม่เลือกอาชีพทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าจะมีความสามารถพอ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในวิชาอื่น ๆ นักเรียนหญิงก็มีความสามารถสูงด้วย ดังนั้น การส่งเสริมให้นักเรียนหญิงมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์มากขึ้น จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงทำอาชีพทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนานักเรียนชายที่มีจุดอ่อนด้านทักษะการอ่านควบคู่กันไป

1 2 3 5