ความคาดหวังในการประกอบอาชีพของนักเรียนวัย 15 ปี

ในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วทำให้มีอาชีพเกิดขึ้นมากมาย การเลือกประกอบอาชีพนับว่ามีความความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากการที่บุคคลสามารถเลือกประกอบอาชีพได้เหมาะสมกับตนเองย่อมส่งผลต่อความสุขและโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศด้วย

โรงเรียนและนักเรียนมีความพร้อมเพียงใดกับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์: ข้อค้นพบจาก PISA

จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้โรงเรียนในมากกว่า 190 ประเทศต้องปิดการเรียนการสอนส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนมากกว่า 1,500 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้น การศึกษาผ่านระบบออนไลน์จึงถูกยกระดับจากการเป็นตัวช่วยนอกหลักสูตรมาเป็นวิธีหลักที่จะช่วยให้การเรียนการสอนของระบบการศึกษาทั่วโลกเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การมาของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้เผยให้เห็นว่าระบบการศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่โลกของการเรียนรู้โดยการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล

นักเรียนที่ด้อยเปรียบกับผลการประเมินที่เหนือความคาดหมาย

การตกอยู่ในสถานะที่ด้อยเปรียบมักถูกทำนายว่าจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำและมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่ด้อยเปรียบบางส่วนไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา จนสามารถเอาชนะความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญและสามารถประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้ ซึ่ง PISA เรียกนักเรียนกลุ่มนี้ว่า นักเรียนที่มีความไม่ย่อท้อทางการศึกษา (Academic Resilient Students) หรือที่ในประเทศไทยนิยมเรียกกันว่า นักเรียนกลุ่มช้างเผือก

ข้อค้นพบจาก PISA 2018 เกี่ยวกับกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)

กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) คือ ความเชื่อว่า ความสามารถหรือสติปัญญาของบุคคลสามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา กรอบความคิดแบบเติบโตจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ การไม่หลีกเลี่ยงความท้าทาย การไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว การเห็นคุณค่าของความพยายาม การเรียนรู้จากคำวิจารณ์ และการมองหาบทเรียนและแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นหนทางสู่การประสบความสำเร็จทั้งในด้านการศึกษาและด้านอื่น ๆ ในชีวิต

ผลการประเมิน PISA 2018: นักเรียนไทยวัย 15 ปี รู้และทำอะไรได้บ้าง

นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD และเมื่อเปรียบเทียบผลการประเมิน PISA 2015 กับ PISA 2018 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลงประมาณ 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้นประมาณ 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตั้งแต่การประเมินรอบแรกจนถึงปัจจุบัน พบว่า ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลการประเมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

การประเมินด้านการอ่านของ PISA 2018 เป็นอย่างไร

ปัจจุบันมีการแพร่หลายของสื่อดิจิทัลและอุปกรณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นทำให้สิ่งที่ผู้คนต้องอ่านมีปริมาณและความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นด้วย การพัฒนาปรับปรุงกรอบโครงสร้างด้านการอ่านใน PISA 2018 จึงเน้นที่การอ่านเนื้อเรื่องจากหลายแหล่งข้อมูล โดยแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบสื่อดิจิทัลเพื่อสะท้อนให้ถึงธรรมชาติของการอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของโลกและสอดคล้องกับการใช้ข้อมูลในชีวิตจริงของผู้คนทั่วโลก โดยผลการประเมิน PISA 2018 จะประกาศในวันที่ 3 ธันวาคม 2562 นี้

เวลาเรียนที่นักเรียนใช้สมดุลกับผลการเรียนรู้หรือไม่

เวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียน ทั้งครูและนักเรียนต้องการเวลาเพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ครอบคลุมหลักสูตร สอนซ้ำเพื่อทบทวน ให้และรับข้อมูลป้อนกลับ และทำกิจกรรมภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเวลาเรียนเพียงอย่างเดียว โดยขยายเวลาเรียนต่อวันให้มากขึ้นหรือลดเวลาพักให้น้อยลงนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นจนมีคำถามเกิดขึ้นว่า การเพิ่มเวลาเรียนจะทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นหรือจะทำให้นักเรียนเกิดความเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายมากกว่ากัน

ระบบการศึกษาที่ดีเป็นอย่างไร

การศึกษาของฟินแลนด์และเกาหลีใต้ได้รับการยกย่องว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก แม้ว่าทั้งสองระบบจะมีวิถีทางที่แตกต่างกันราวกับขาวกับดำ แต่ทั้งสองระบบการศึกษาก็ไปสู่ปลายทางคือความเป็นเลิศเหมือนกัน และทั้งสองระบบต่างก็ให้บทเรียนแก่ระบบการศึกษาอื่นที่ยังต้องแสวงหาความเป็นเลิศอยู่ว่าใครจะเลือกระบบใดหรือระบบใดมีความเหมาะสมต่อการนำมาเป็นต้นแบบของตน

เมื่อการอ่านกลับมาเป็นการประเมินหลักใน PISA 2018

กรอบโครงสร้างการรู้เรื่องการอ่านของ PISA สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับมุ่งเน้นไปที่ทักษะการอ่าน ซึ่งรวมถึงการค้นหา การเลือก การตีความ การรวบรวมและประเมินสาระข้อมูลจากเนื้อเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกนอกเหนือจากที่เรียนในชั้นเรียน

สร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ความท้าทายที่ต้องดำเนินการ

ระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่ระบบการศึกษาของประเทศที่มีรายได้สูงเท่านั้น แต่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรือรายได้ต่ำก็สามารถมีระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จได้หากมีพลังของความตั้งใจจริง มีระดับนโยบายที่มีเป้าหมายชัดเจนไม่เปลี่ยนทิศทางตามความพอใจ มีกองทัพครูที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ ข้อสำคัญที่สุด คือ การทุ่มเทการสอนในห้องเรียนของครู

1 2 3 6