การกลั่นแกล้งในโรงเรียนจากมุมมองของ PISA

PISA 2018 ได้สอบถามนักเรียนถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน โดยข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปวิเคราะห์เป็น “ค่าดัชนีการถูกกลั่นแกล้ง” (Index of exposure to bullying) และพบว่าค่าดัชนีดังกล่าวนี้ส่งผลทางลบต่อผลการประเมินด้านการอ่านของนักเรียน นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำจะรู้สึกเศร้าใจ หวาดกลัว และไม่พึงพอใจกับชีวิตมากกว่านักเรียนที่ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ การกลั่นแกล้งจึงมักเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงและอาจลุกลามไปเป็นปัญหาที่ติดตัวนักเรียนไปในอนาคตหรืออาจนำไปสู่การสูญเสียในที่สุด

ข้อสอบการอ่าน PISA 2018 เผยแพร่แล้ว

#ข่าวดี ขณะนี้ทาง OECD ได้อนุญาตให้เผยแพร่ข้อสอบประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA 2018 จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ (1) กระดานสนทนาเรื่องไก่ (2) ราปานุย และ (3) นมวัว ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปฝึกทำข้อสอบลักษณะดังกล่าวได้ที่ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA, https://pisaitems.ipst.ac.th

[INFOGRAPHICS] ผลประเมิน PISA 2018 รู้แล้วทำอะไรได้บ้าง

นอกจากการทำแบบทดสอบแล้ว โปรแกรม PISA ยังเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามนักเรียนและผู้บริหารโรงเรียนร่วมด้วย . สำหรับ PISA 2018 ที่ผ่านมา การพิจารณาผลการประเมินร่วมกับข้อมูลในส่วนอื่น ๆ ทำให้เราได้รู้ว่า ประเทศไทยน่าจะทำอะไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง ตามไปดูกันเลย

[INFOGRAPHICS] การประเมินด้านการอ่านของ PISA 2018 เป็นอย่างไร

รู้ผล PISA 2018 กันแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า ข้อสอบ PISA มันยากขนาดไหนกันเชียว โดยเฉพาะการอ่าน ทำไมคะแนนน้อยกว่าวิชาอื่น มาทำความรู้จักกับข้อสอบ PISA กัน แล้วคุณจะรู้ว่า ถ้าเราตั้งใจ มีสมาธิในการทำข้อสอบ และมีความพยายามที่จะลงมือทำแล้ว ข้อสอบ PISA ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเด็กไทย

[INFOGRAPHICS] เมื่อการอ่านกลับมาเป็นการประเมินหลักใน PISA 2018

การรู้เรื่องการอ่าน หรือ Reading Literacy ไม่ใช่เพียงแค่การอ่านออก เขียนได้เท่านั้น แต่ต้อง เข้าใจเนื้อเรื่อง อินไปกับเรื่องที่อ่าน นำเนื้อหาที่อ่านเข้าใจได้ไปใช้ ประเมินเรื่องที่อ่านได้ และคิดเห็นอย่างไรต้องสะท้อนความคิดออกมาได้ด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พัฒนาความรู้และศักยภาพตนเอง และมีส่วนร่วมในสังคม


ความคาดหวังในการประกอบอาชีพของนักเรียนวัย 15 ปี

ในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วทำให้มีอาชีพเกิดขึ้นมากมาย การเลือกประกอบอาชีพนับว่ามีความความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากการที่บุคคลสามารถเลือกประกอบอาชีพได้เหมาะสมกับตนเองย่อมส่งผลต่อความสุขและโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศด้วย ในบทความนี้จะเสนอบางประเด็นจาก PISA 2018 ที่ได้สอบถามความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับความคาดหวังในการประกอบอาชีพ

โรงเรียนและนักเรียนมีความพร้อมเพียงใดกับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์: ข้อค้นพบจาก PISA

จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้โรงเรียนในมากกว่า 190 ประเทศต้องปิดการเรียนการสอนส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนมากกว่า 1,500 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้น การศึกษาผ่านระบบออนไลน์จึงถูกยกระดับจากการเป็นตัวช่วยนอกหลักสูตรมาเป็นวิธีหลักที่จะช่วยให้การเรียนการสอนของระบบการศึกษาทั่วโลกเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การมาของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้เผยให้เห็นว่าระบบการศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่โลกของการเรียนรู้โดยการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล

นักเรียนที่ด้อยเปรียบกับผลการประเมินที่เหนือความคาดหมาย

การตกอยู่ในสถานะที่ด้อยเปรียบมักถูกทำนายว่าจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำและมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่ด้อยเปรียบบางส่วนไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา จนสามารถเอาชนะความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญและสามารถประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้ ซึ่ง PISA เรียกนักเรียนกลุ่มนี้ว่า นักเรียนที่มีความไม่ย่อท้อทางการศึกษา (Academic Resilient Students) หรือที่ในประเทศไทยนิยมเรียกกันว่า นักเรียนกลุ่มช้างเผือก

ข้อค้นพบจาก PISA 2018 เกี่ยวกับกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)

กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) คือ ความเชื่อว่า ความสามารถหรือสติปัญญาของบุคคลสามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา กรอบความคิดแบบเติบโตจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ การไม่หลีกเลี่ยงความท้าทาย การไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว การเห็นคุณค่าของความพยายาม การเรียนรู้จากคำวิจารณ์ และการมองหาบทเรียนและแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นหนทางสู่การประสบความสำเร็จทั้งในด้านการศึกษาและด้านอื่น ๆ ในชีวิต

ผลการประเมิน PISA 2018: นักเรียนไทยวัย 15 ปี รู้และทำอะไรได้บ้าง

นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD และเมื่อเปรียบเทียบผลการประเมิน PISA 2015 กับ PISA 2018 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลงประมาณ 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้นประมาณ 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตั้งแต่การประเมินรอบแรกจนถึงปัจจุบัน พบว่า ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลการประเมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

1 2