PISA 2015

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 46 (ตุลาคม 2562)
เวลาเรียนที่นักเรียนใช้สมดุลกับผลการเรียนรู้หรือไม่

เวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียน ทั้งครูและนักเรียนต้องการเวลาเพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ครอบคลุมหลักสูตร สอนซ้ำเพื่อทบทวน ให้และรับข้อมูลป้อนกลับ และทำกิจกรรมภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเวลาเรียนเพียงอย่างเดียว โดยขยายเวลาเรียนต่อวันให้มากขึ้นหรือลดเวลาพักให้น้อยลงนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นจนมีคำถามเกิดขึ้นว่า การเพิ่มเวลาเรียนจะทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นหรือจะทำให้นักเรียนเกิดความเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายมากกว่ากัน

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 45 (กันยายน 2562)
ระบบการศึกษาที่ดีเป็นอย่างไร

การศึกษาของฟินแลนด์และเกาหลีใต้ได้รับการยกย่องว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก แม้ว่าทั้งสองระบบจะมีวิถีทางที่แตกต่างกันราวกับขาวกับดำ แต่ทั้งสองระบบการศึกษาก็ไปสู่ปลายทางคือความเป็นเลิศเหมือนกัน และทั้งสองระบบต่างก็ให้บทเรียนแก่ระบบการศึกษาอื่นที่ยังต้องแสวงหาความเป็นเลิศอยู่ว่าใครจะเลือกระบบใดหรือระบบใดมีความเหมาะสมต่อการนำมาเป็นต้นแบบของตน

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 43 (กรกฎาคม 2562)
สร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ความท้าทายที่ต้องดำเนินการ

ระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่ระบบการศึกษาของประเทศที่มีรายได้สูงเท่านั้น แต่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรือรายได้ต่ำก็สามารถมีระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จได้หากมีพลังของความตั้งใจจริง มีระดับนโยบายที่มีเป้าหมายชัดเจนไม่เปลี่ยนทิศทางตามความพอใจ มีกองทัพครูที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ ข้อสำคัญที่สุด คือ การทุ่มเทการสอนในห้องเรียนของครู

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 42 (มิถุนายน 2562)
เทคโนโลยีการสื่อสารกับการเรียนรู้

ประเด็นการให้นักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนหรือไม่นั้นมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อการเรียน แต่ก็จะเกิดประโยชน์ได้ตราบเท่าที่ผู้ใช้รู้ดีว่าจะใช้อย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ ผลการวิจัยก็สนับสนุนว่า กลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูง การใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนสามารถให้ประโยชน์ในการเรียนรู้ได้ แต่ตรงกันข้ามกับกลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำและผลสัมฤทธิ์ปานกลาง การใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนกลับเป็นผลเสียต่อการเรียนรู้

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 41 (พฤษภาคม 2562)
โรงเรียนในชนบทกับโรงเรียนในเมืองแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

ความท้าทายอย่างหนึ่งของรัฐคือการประกันว่า จะจัดการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันไม่ว่าโรงเรียนจะอยู่พื้นที่ใดในประเทศ เนื่องจากโรงเรียนในชนบทมีความห่างไกลและมีขนาดเล็กซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาวิชาชีพครูและการจัดการศึกษาที่หลากหลายสำหรับนักเรียนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อได้เปรียบที่อัตรานักเรียนต่อครูต่ำ ก็อาจเปิดโอกาสให้โรงเรียนในชนบทสร้างนวัตกรรมการเรียนได้ง่ายกว่า เช่น การใช้ครูจากบุคลากรในท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในโรงเรียนชนบทด้วยกัน หรือการนำเทคโนโลยีสื่อสารทางไกลมาใช้ในการเรียนการสอน การรวมพลังท้องถิ่นที่สร้างสมรรถนะและทรัพยากรเหล่านี้เป็นหนทางให้สามารถลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบทลงได้

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 40 (เมษายน 2562)
เพราะเหตุใดผู้หญิงจึงทำงานด้านวิทยาศาสตร์น้อยกว่าผู้ชาย

การวิจัยของ Gijsbert Stoet และ David Geary (OECD, 2019) ชี้แนะว่า ในการเลือกอาชีพทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนอาจได้รับอิทธิพลจากความเข้าใจในจุดแข็งทางวิชาการที่ตนมีเมื่อเทียบกับวิชาอื่น ๆ และความมั่นใจกับความสนใจในวิทยาศาสตร์ว่าตนมีความสามารถทางวิทยาศาสตร์มากพอ นักเรียนหญิงที่มีความสามารถสูงมักจะแตกต่างจากนักเรียนชายที่มีความสามารถสูงตรงที่นักเรียนหญิงอาจจะไม่เลือกอาชีพทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าจะมีความสามารถพอ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในวิชาอื่น ๆ นักเรียนหญิงก็มีความสามารถสูงด้วย ดังนั้น การส่งเสริมให้นักเรียนหญิงมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์มากขึ้น จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงทำอาชีพทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนานักเรียนชายที่มีจุดอ่อนด้านทักษะการอ่านควบคู่กันไป

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 39 (มีนาคม 2562)
ความสัมพันธ์ในโรงเรียนกับผลการประเมินการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ

ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโรงเรียนส่งผลทำให้คะแนน CPS สูงขึ้น ซึ่งพบทั้งในระดับนักเรียน ระดับโรงเรียน และระดับระบบโรงเรียน สำหรับความสัมพันธ์ในโรงเรียนไทย ข้อมูลไม่ชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ดีมากนัก ส่วนความเชื่อมโยงต่าง ๆ เกือบทั้งหมดระหว่างคุณภาพของความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนชี้ถึงบรรยากาศทางวินัยของโรงเรียน

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 38 (กุมภาพันธ์ 2562)
โลกรู้อะไรจากผลการประเมิน PISA

PISA เปรียบเหมือน X-ray ในระบบการศึกษาของชาติ แม้จะไม่สามารถแสดงภาพได้หมดทั้งระบบแต่ก็สามารถบอกจุดที่เจ็บป่วยได้ แต่น่าเศร้าที่ระดับนโยบายบางประเทศหลบเลี่ยงที่จะมองจุดที่เป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วย แต่กลับพยายามกลบเกลื่อนหรือสร้างภาพขึ้นปิดบังจุดที่เจ็บป่วยนั้นแทนที่จะให้การเยียวยารักษา การวิจัยนานาชาตินี้ไม่ได้ให้ผลเฉพาะคะแนนแต่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์หลายอย่างที่ชี้แนะถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษา แต่ยังถูกเพิกเฉยจากระดับนโยบายทางการศึกษาหลายระบบ

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 36 (ธันวาคม 2561)
เบื้องหลังความสำเร็จใน PISA ของบางประเทศ

ฟินแลนด์กับเกาหลีใต้มีสิ่งหนึ่งที่ร่วมกัน คือ การให้ความเคารพครูและวิชาชีพของครู การคัดเลือกคนเข้าสู่อาชีพครูเป็นไปอย่างเข้มข้น และมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเท่านั้นที่ทำหน้าที่ผลิตครู แต่สิ่งที่สองระบบตรงข้ามกัน คือ ลักษณะการเรียน โมเดลเกาหลีใต้ คือ ความอดทนและการเรียนหนักมากของนักเรียน ในขณะที่นักเรียนฟินแลนด์เรียนสบาย ๆ และยืดหยุ่นได้ มีเวลาเรียนสั้น ๆ และมีกิจกรรมเสริมมากมายจากสังคม แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าฟินแลนด์เป็นตัวแทนของระบบการศึกษาขนาดเล็ก ซึ่งประเทศใหญ่ ๆ คงใช้เป็นต้นแบบได้ยาก

FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 35 (พฤศจิกายน 2561)
ครูในระบบโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างไร

ทุกประเทศไม่เน้นแต่การเพิ่มจำนวนครู แต่ต้องดูคุณสมบัติ ประสบการณ์ และประสิทธิผลของครู ความพยายามในการส่งเสริมนักเรียนด้อยโอกาสจะสำเร็จได้ต้องเพิ่มครูดี-ครูเก่งให้มากกว่าการเพิ่มจำนวนครู โรงเรียนด้อยโอกาสควรได้รับการจัดสรรครูคุณภาพสูง และรัฐต้องมีมาตรการชดเชยครูคุณภาพสูงที่สอนในโรงเรียนด้อยโอกาส ครูดี-ครูเก่ง คือ ครูที่สามารถสอนนักเรียนให้มีผลการเรียนพลิกความคาดหมายได้ ไม่ใช่ครูที่สอนในโรงเรียนที่คัดเลือกเฉพาะนักเรียนที่เก่งอยู่แล้วเข้ามาในโรงเรียน เพราะนักเรียนเหล่านั้นเก่งได้โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับครูมากนัก

1 2 3 5