กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์

กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media and Artificial Intelligence Literacy : MAIL) ของ PISA 2029

[เอกสารฉบับร่างเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น]

ความฉลาดรู้ด้านสื่อ (Media Literacy) และความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Literacy) เป็นสมรรถนะสำคัญในยุคดิจิทัล  ซึ่งปัจจุบัน สื่อต่าง ๆ ไม่ได้ถูกสร้างและเผยแพร่โดยมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนด คัดกรอง จัดลำดับ และสร้างเนื้อหาอย่างต่อเนื่องโดยปัญญาประดิษฐ์  ดังนั้น หากมีเพียงความฉลาดรู้ด้านสื่อโดยขาดความเข้าใจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ อาจทำให้การวิเคราะห์สื่อไม่ทันต่อบริบทของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงไม่สามารถอธิบายกลไกที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่เห็น ความเชื่อ และการมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้การมีความฉลาดรู้ด้านสื่อแต่ไม่ได้บูรณาการความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์มีความเสี่ยงที่จะล้าสมัย ในขณะเดียวกันการเรียนรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ที่มุ่งเน้นแต่ทักษะเชิงเทคนิคโดยไม่เชื่อมโยงกับบริบทของสื่อ การสื่อสาร และสังคม อาจทำให้มองข้ามผลกระทบและคุณค่าของมนุษย์ที่แฝงอยู่ในเนื้อหาได้เช่นกัน ดังนั้น การส่งเสริมให้นักเรียนมีความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ในเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีความฉลาดรู้ด้านสื่อควบคู่ไปด้วย จะทำให้ขาดมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อเนื้อหาและผลกระทบทางสังคมของสื่อ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องบูรณาการความฉลาดรู้ทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าใจ ใช้ รวมทั้งประเมินสื่อและปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างรอบด้านและมีความรับผิดชอบ

การประเมินด้านนวัตกรรมใหม่ (Innovative Domain) ใน PISA 2029 จึงเป็นการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media and Artificial Intelligence Literacy : MAIL) ที่มุ่งเน้นความสามารถของนักเรียนในการเข้าถึง ใช้ วิเคราะห์ ประเมิน สร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมกับเนื้อหาดิจิทัล แพลตฟอร์มสื่อ และปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบ โดยกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ของ PISA 2029 แสดงดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ของ PISA 2029

กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ของ PISA 2029

PISA 2029 จะประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ของนักเรียนใน 5 ด้าน ได้แก่

  1. การไตร่ตรองและปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ (Reflect and Act Ethically and Responsibly) คือ การคำนึงถึงความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และการเคารพต่อคุณค่าของมนุษย์ เมื่อมีส่วนร่วมกับเนื้อหาดิจิทัล แพลตฟอร์มสื่อ และปัญญาประดิษฐ์ โดยจะต้องตระหนักว่า การใช้หรือแบ่งปันเนื้อหาจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ อาจส่งผลต่อสังคม ผู้อื่น และตนเอง ซึ่งเป็นความสามารถในการกำกับ การใช้สื่อและปัญญาประดิษฐ์อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม

  2. การเข้าถึงและการใช้งาน (Access and Use) คือ ความสามารถในการใช้ ค้นหา สืบค้น ใช้คำสั่งหรือพร้อมต์ (Prompt) และจัดการเนื้อหาดิจิทัลบนแพลตฟอร์มสื่อและสภาพแวดล้อมที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นสื่อกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับเป้าหมาย ซึ่งเน้นการใช้สื่อและปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน ไม่ใช่เพียงแค่ใช้งานเป็นเท่านั้น

  3. การวิเคราะห์และการประเมิน (Analyse and Evaluate) คือ ความสามารถในการประเมินวัตถุประสงค์ อคติ ความเกี่ยวข้อง และความน่าเชื่อถือของเนื้อหาอย่างมีวิจารณญาณจากทั้งสื่อที่มนุษย์สร้างขึ้นและสื่อที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้น นั่นคือ การไม่เชื่อข้อมูลในทันที แต่มีการตั้งคำถามว่า ใครคือผู้สร้าง สร้างเพื่ออะไร และเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ในยุคที่มีข้อมูลมหาศาลและปัญญาประดิษฐ์สร้างเนื้อหาขึ้นเองได้

  4. การมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกัน (Participate and Collaborate) คือ การมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและทำงานร่วมกับผู้อื่นในบริบทดิจิทัล ตระหนักถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการขยายผล การเป็นสื่อกลาง หรือการทำให้ปฏิสัมพันธ์บิดเบือนไป รวมถึงการทำงานร่วมกันหรือแบ่งปันเนื้อหาอย่างเหมาะสม โดยเน้นที่ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกันในสังคมของโลกดิจิทัล ไม่ใช่เพียงใช้ทักษะเชิงเทคนิคเท่านั้น

  5. การสร้างสรรค์ (Create) คือ ความสามารถในการระบุความต้องการในการสื่อสาร เลือกเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายการสื่อสารโดยใช้สื่อและปัญญาประดิษฐ์ เน้นที่การเป็นผู้สร้างสื่อไม่ใช่เป็นผู้บริโภคสื่อเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์จะสมบูรณ์ได้จำเป็นต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับบริบทของโลกดิจิทัลซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจสื่อและปัญญาประดิษฐ์อย่างรอบด้าน สามารถใช้สมรรถนะได้อย่างมีวิจารณญาณ มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับบริบททางสังคมในยุคดิจิทัลที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทักษะการใช้งาน แต่รวมถึงการคิดวิเคราะห์ การตระหนักรู้ และการใช้วิจารณญาณ โดยบริบทของโลกดิจิทัลครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ ผู้สร้างสารและผู้รับสาร เนื้อหาและการสื่อความหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่นำเสนอในสื่อกับความเป็นจริง

มิติที่ 1: ผู้สร้างสารและผู้รับสาร เนื้อหาต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นไม่ว่าจะโดยมนุษย์หรือปัญญาประดิษฐ์ และออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้รับสารเฉพาะ ผู้สร้างอาจมีจุดประสงค์ ผลประโยชน์ หรืออคติที่ส่งผลต่อ การนำเสนอได้ ซึ่งปัจจุบันมีการสร้างสื่อและเนื้อหาจากปัญญาประดิษฐ์ จำนวนมากซึ่งได้รับอิทธิพลจากข้อมูล การออกแบบ และการป้อนข้อมูลของผู้ใช้ ดังนั้น การเข้าใจบทบาทของผู้สร้างสารและผู้รับสารจะทำให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์เจตนาและบริบทของเนื้อหาได้อย่างรอบด้าน

มิติที่ 2: เนื้อหาและการสื่อความหมาย เนื่องจากเนื้อหาในสื่อและปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นกลาง แต่ถูกสร้างและนำเสนอด้วยวิธีการและเทคโนโลยีต่าง ๆ เนื้อหาเหล่านี้มีอิทธิพลต่อความเชื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้รับสาร ซึ่งในยุคปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัลกอริทึมและการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับผู้ใช้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสิ่งที่นักเรียนได้พบเห็นและเข้าใจ ดังนั้น การตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาและการสื่อความหมายจะทำให้นักเรียนสามารถตีความและประเมินข้อมูลได้อย่างมีวิจารณญาณ

มิติที่ 3: สิ่งที่นำเสนอและความเป็นจริง  มิตินี้เน้นการแยกแยะระหว่างสิ่งที่นำเสนอในสื่อกับความเป็นจริง เนื้อหาในสื่อเป็นการคัดเลือกและสร้างภาพแทนความเป็นจริง ซึ่งอาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด ในยุคปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีสามารถสร้างหรือดัดแปลงภาพ เสียง และข้อความให้ดูสมจริงมากขึ้น ทำให้บางครั้งอาจไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสิ่งที่นำเสนอกับความเป็นจริงได้ ดังนั้น การตระหนักถึงมิตินี้จะทำให้นักเรียนประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวมทั้งใช้สื่อและปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมีวิจารณญาณ

องค์ประกอบของการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์

บริบทและวัตถุประสงค์ประเภทของสื่อเครื่องมือภาระงานที่ใช้
ในการประเมิน
– ความสัมพันธ์
– การเรียนรู้
– ความบันเทิง
– การโน้มน้าวใจ
– ความเป็นพลเมือง
– ข้อความดิจิทัลแบบโต้ตอบ
– เสียง
– สื่อภาพ
– วิดีโอ
– สื่อที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์
– แพลตฟอร์มสื่อ
– ปัญญาประดิษฐ์
– ภาระงานแบบสั้น
– ภาระงานแบบยาว
– แบบสอบถาม

ตัวอย่างรูปแบบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ของ PISA 2029

สมรรถนะภาระงานแบบสั้นภาระงานแบบยาวแบบสอบถาม
การไตร่ตรองและปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบการตัดสินใจว่าควรแบ่งปัน/ยอมรับ หรือไม่ควรแบ่งปัน/ไม่ยอมรับแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นหรือค่านิยมเจตคติต่อปัญญาประดิษฐ์
การเข้าถึงและการใช้งานการเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลที่เหมาะสมกับงานการตั้งค่าบัญชี หรือ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวกลยุทธ์ในการปกป้องความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัล
การวิเคราะห์และการประเมินระบุว่าเป็นโฆษณาหรือเป็นเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์การอ่านและตรวจสอบข้อมูลโดยเปรียบเทียบจากหลายแหล่ง เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของข้อมูลระดับการพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัล
การมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกันการให้หรือรับข้อเสนอแนะในบริบทดิจิทัลการทำงานร่วมกันผ่านการสนทนากลุ่มทางออนไลน์การรับรู้ความเสี่ยงและอันตรายทางดิจิทัล
การสร้างสรรค์การสร้างโปรไฟล์ส่วนบุคคลหรือเชิงวิชาชีพการสร้างหรือปรับแต่งสื่อพฤติกรรมการใช้และสร้างสื่อ

เอกสารอ้างอิง

  • OECD (2025). Empowering learners for the age of AI: An AI literacy framework for primary and secondary education (Review draft). OECD. Paris. https://ailiteracyframework.org
  • Piacentini, M. (2025, November 18). AI literacy related projects at the OECD [เอกสารประกอบการนำเสนอ]. OECD. Paris..
ข้อมูลสำหรับการอ้างอิงเอกสารฉบับนี้
ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2569, 23 มกราคม). กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media and Artificial Intelligence Literacy : MAIL) ของ PISA 2029 [เอกสารฉบับร่างเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น]. เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์. กรุงเทพฯ. https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/pisa-2029-media-and-artificial-intelligence-literacy/

แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม