รายงานนี้ประกอบด้วยผลการประเมินความรู้และทักษะวิทยาศาสตร์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากการประเมินผลนานาชาติ TIMSS 2007 ซึ่งดำเนินการโดย IEA และผลจากโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA ซึ่งดำเนินการโดย OECD และเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่ประเมินตามเป้าหมายที่ต่างกันและจุดเน้นของการประเมินต่างกัน ตามที่ข้อมูลหรือบริบททำให้เปรียบเทียบได้
นำเสนอหลักการกรอบโครงสร้าง ตลอดจนตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ ของทั้งสองโครงการนี้ โดยข้อสอบในแต่ละข้อนั้น ระบุลักษณะเฉพาะของข้อสอบและร้อยละของนักเรียนประเทศต่างๆ ในเอเชียที่ตอบถูก (TIMSS 2003 ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมโครงการจึงไม่มีข้อมูล)
นำเสนอหลักการกรอบโครงสร้าง ตลอดจนตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ ของทั้งสองโครงการนี้ โดยข้อสอบในแต่ละข้อนั้น ระบุลักษณะเฉพาะของข้อสอบและร้อยละของนักเรียนประเทศต่างๆ ในเอเชียที่ตอบถูก (TIMSS 2003 ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมโครงการจึงไม่มีข้อมูล)
สาขาวิจัย สสวท. จัดประชุมคณะกรรมการอํานวยการโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (TIMSS 2015) และโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA 2015) ครั้งที่ 2/2557 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2557 ณ ห้องประชุมสนั่น สุมิตร ชั้น 4 อาคารปฏิบัติการ สสวท.
สาขาวิจัย สสวท. จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (TIMSS 2015) และโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA 2015) ครั้งที่ 1/ 2557 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ณ ห้องประชุมนิดา สะเพียรชัย ชั้น 3 อาคาร 15 ปี สสวท.
สถิติรายปีของการให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ที่เผยแพร่บนเว็บไ […]
ระบบโรงเรียนที่ได้ประโยชน์จาก PISA คือ ระบบที่ระดับนโยบายตอบสนองรายงานผลการประเมินอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในประเทศคะแนนต่ำ หลายประเทศมีการพัฒนายกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน และได้เห็นผลการพัฒนาว่าทำให้นักเรียนมีคะแนนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะยังไปไม่ถึงความเป็นเลิศก็ตาม ประเทศที่เคยมีคะแนนใกล้เคียงกับไทยก็หนีห่างออกไป
PISA ได้เก็บข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือจากผลการทดสอบของนักเรียน ทั้งวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของข้อมูลเหล่านั้นกับผลการประเมินทำให้สามารถชี้นัยถึงระดับนโยบายได้ว่า ระบบฯ สามารถทำอะไรได้บ้างเพี่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน ถึงแม้จะมีข้อมูลด้านตัวแปรต่าง ๆ มากมาย แต่ระบบมักไม่ให้ความสำคัญ และคงแนวปฏิบัติแบบเดิมมาตลอดทำให้ผลการประเมินชี้ถึงความไม่ก้าวหน้าและไม่มีการยกระดับเกิดขึ้นในระบบโรงเรียน
ระบบการศึกษาของฟินแลนด์จะเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย แต่การจะนำระบบของฟินแลนด์มาใช้อาจไม่ง่าย เพราะฟินแลนด์กับไทยมีบริบทที่แตกต่างกันมากทั้งทางด้านประชากรและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมในการให้คุณค่ากับครู แต่ก็มีบางอย่างในระบบของฟินแลนด์ที่อาจเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์ เช่น การผลิตครูคุณภาพสูง การกระจายทรัพยากรที่เป็นธรรม ความเป็นธรรมทางการเรียนที่ไม่คัดเลือกเฉพาะนักเรียนเก่งเข้าโรงเรียนและปล่อยทิ้งนักเรียนอ่อนให้เป็นพวกเหลือทิ้ง ไม่แบ่งแยกนักเรียนเก่ง-นักเรียนอ่อนออกจากกัน เพราะการแบ่งแยกนักเรียน คือ การแบ่งแยกครูไปด้วยในตัว ถ้าระบบโรงเรียนทำได้ การลงทุนทางการศึกษาอาจคุ้มค่าขึ้นมาบ้างก็ได้