FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 2 (กุมภาพันธ์ 2559)

การใช้เวลาเรียนมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้นหรือไม่
  • นักเรียนวัยอายุ 15 ปี ไม่ว่าในโรงเรียนประเภทใด มีเวลาเรียนในปี 2012 เพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2003
  • โดยเฉลี่ย นักเรียนที่มีเวลาเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น มีผลการประเมินสูงขึ้น
…………………………………………………………………………………………………………………...

เวลาเรียนกับการเรียนรู้สัมพันธ์กันอย่างไร

PISA 2012 ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเวลาเรียนกับผลการเรียนรู้ของนักเรียน ข้อมูลชี้ว่า ในระดับโรงเรียน เวลาเรียนที่กำหนดตามตารางในโรงเรียนมีความเชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่การใช้เวลาเรียนนอกเวลาและการเรียนพิเศษนอกเวลาไม่มีความสัมพันธ์ที่ตรงไปตรงมาเหมือนกับการใช้เวลาเรียนในเวลา

งานวิจัยชี้ว่า เวลาเรียนเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างแรกในการพัฒนาสมรรถนะต่าง ๆ ของนักเรียน PISA 2012 ได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างเวลาเรียนกับผลการเรียนคณิตศาสตร์ ซึ่งอย่างน้อยก็ให้ข้อมูลว่า ยิ่งนักเรียนใช้เวลาเรียนมากคะแนนก็ยิ่งดีขึ้น (OECD, 2013) การจัดเวลาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพขึ้น การจัดเวลาเรียนในตารางเวลาเรียนซึ่งมีโครงสร้างและตัวแปรน้อย จึงอยู่ในบริบทที่ควบคุมได้ (OECD, 2013) อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของเวลาเรียนเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะยังมีปัจจัยต่าง ๆ อีกมากที่เข้ามามีอิทธิพลกับผลของการเรียน เช่น การใช้ทรัพยากรเวลาอย่างมีคุณภาพ หรือกิจกรรมที่เสริมการเรียน เป็นต้น ในทุกประเทศ/เขตเศรษฐกิจ พบว่า ระบบโรงเรียนที่มีผลการประเมินสูงเป็นระบบโรงเรียนที่มีการทำกิจกรรมเสริมหลักสูตรมากกว่า และนักเรียนเคยผ่านการเรียนในระดับก่อนวัยเรียนเป็นเวลานานมากกว่าหนึ่งปี

แต่ละประเทศมีเวลาเรียนในตารางเรียนต่างกันอย่างไร 


รวมทั้งเวลาการเรียนวิชาบังคับและวิชาเสริมตามหลักสูตรเป็นกฎระเบียบอย่างหนึ่งของแต่ละระบบโรงเรียน โดยเฉลี่ยในประเทศสมาชิก OECD กำหนดเกณฑ์คร่าว ๆ ไว้ว่า นักเรียนคนหนึ่งเมื่ออายุถึง 14 ปี ควรได้มีเวลาเรียนมาประมาณ 7,700 ชั่วโมงในโรงเรียน (รวมระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) ซึ่งเวลาเรียนทั้งหมดนี้เป็นการเรียนภาคบังคับ (OECD, 2013) แต่ในบางประเทศ เมื่อนักเรียนอายุถึง 14 ปี ต้องมีเวลาเรียนบังคับตามหลักสูตร 9,400 ชั่วโมง (เช่น ออสเตรเลีย) แต่บางประเทศมีเวลาเรียนบังคับตามหลักสูตรน้อยกว่า 6,000 ชั่วโมง (เช่น ฟินแลนด์ โปแลนด์ สวีเดน) สำหรับในระบบโรงเรียนของไทยนักเรียนมีเวลาเรียนที่บังคับตามหลักสูตรจนถึงอายุ 14 ปี เป็นเวลา 6,998 ชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของ OECD


การตัดสินใจกำหนดเวลาเรียนทั้งหมด ควรคิดจากพื้นฐานใด 

เวลาเรียนเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในประเทศสมาชิก OECD สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ ภาษา (ของชาติ) และวิทยาศาสตร์ เป็นดังนี้
  • คณิตศาสตร์ 3 ชั่วโมง 38 นาที 
  • ภาษา 3 ชั่วโมง 35 นาที และ 
  • วิทยาศาสตร์ 3 ชั่วโมง 20 นาที 
สำหรับเวลาเรียนของนักเรียนในประเทศกลุ่มอาเซียนและกลุ่มคะแนนสูงอื่น ๆ ในเอเชีย เฉพาะสามวิชาหลัก สรุปได้ดังนี้


ตาราง 1 เวลาเรียนที่ปฏิบัติจริงของนักเรียนอายุ 15 ปี ในโปรแกรมการเรียนปกติต่อสัปดาห์

ประเทศ

จำนวน
คาบเรียน

เวลาเรียนต่อสัปดาห์ (นาที)

เวลาเรียนรวมสามวิชา

คณิตศาสตร์

ภาษา

วิทยาศาสตร์

ประเทศในกลุ่มอาเซียน

มาเลเซีย

30.7

201.2

202.2

188.6

579.9

สิงคโปร์

45.6

287.8

223.6

302.2

770.9

อินโดนีเซีย

17.8

209.4

181.9

198.9

584.5

เวียดนาม

30.9

226.6

193.3

238.3

650.2

ไทย

35.9

205.9

138.6

262.4

609.0

ประเทศคะแนนสูงอื่น ๆ ในเอเชีย

เกาหลี (OECD)

34.9

213.3

203.8

199.4

616.5

ญี่ปุ่น (OECD)

31.9

234.7

204.8

165.4

604.9

เซี่ยงไฮ้-จีน

41.3

269.5

248.1

190.7

770.9

ฮ่องกง-จีน

40.7

267.6

279.7

235.4

781.9

มาเก๊า-จีน

40.8

275.0

265.2

188.7

726.5

จีนไทเป

39.6

242.7

253.1

190.7

692.4

ค่าเฉลี่ย OECD

29.9

217.8

204.7

200.2

632.3

            ที่มา: PISA 2012 Database, OECD, 2013



ข้อสังเกต...นักเรียนไทยมีเวลาเรียนวิชาหลักในบทเรียนปกติมากหรือน้อย
  • แม้ว่าจำนวนคาบเรียนต่อสัปดาห์ของนักเรียนไทยจะค่อนข้างสูง (แต่ยังต่ำกว่ากลุ่มระบบโรงเรียนจีน) แต่เวลาเรียนสามวิชาหลักกลับต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ และเวลาเรียนภาษาไทยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน จึงไม่น่าแปลกใจที่นักเรียนไทยมีทักษะทางภาษาต่ำมาก 

  • นักเรียนไทยมีเวลาเรียนคณิตศาสตร์ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ (ยกเว้นมาเลเซีย) ทั้งนี้เพราะนักเรียนไทยมีวิชาเรียนมากกว่าและมีจำนวนกิจกรรมภาคบังคับสูง จึงจัดเวลาเรียนให้วิชาคณิตศาสตร์ได้ไม่มาก 

  • นอกจากจำนวนเวลาเรียน คุณภาพการเรียนรู้ยังขึ้นกับคุณภาพของการใช้เวลา ข้อสังเกต คือ เวลาเรียนที่จัดให้วิชาวิทยาศาสตร์สูงมาก (เป็นรองจากสิงคโปร์เท่านั้น) แต่การให้คุณค่ากับวิชาวิทยาศาสตร์กลับต่ำมาก เพราะในการสอบสำคัญ ๆ กลับให้คะแนนวิทยาศาสตร์รวมกัน (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์ ฯลฯ) มีค่าเท่ากับหนึ่งวิชาอื่น ๆ หนึ่ง (เช่น สังคมศึกษา เป็นต้น) การปฏิบัติข้อนี้จึงเป็นการใช้เวลาที่ไม่เหมาะสม (Mismatched) กับค่าที่ให้

  • ข้อมูลชี้ว่า นักเรียนไทยไม่ได้มีเวลาเรียนมาก แต่ปัญหาอยู่ที่การมีวิชาบังคับเรียนมากเกินไป และคุณภาพของการใช้เวลาที่ไม่เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องทำอีกมากมาย

.....การใช้เวลาเรียนมีความเชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างไร

ตาราง 2 เวลาเรียนคณิตศาสตร์ต่อสัปดาห์ของนักเรียนอายุ 15 ปี ในการเรียนปกติกับคะแนนคณิตศาสตร์

ระบบโรงเรียน

เวลาเรียนคณิตศาสตร์
ต่อสัปดาห์ (นาที)

คะแนนคณิตศาสตร์

มาเลเซีย

201.2

421

สิงคโปร์

287.8

573

อินโดนีเซีย

209.4

375

เวียดนาม

226.6

511

ไทย

205.9

427

เกาหลี (OECD)

213.3

554

ญี่ปุ่น (OECD)

234.7

536

เซี่ยงไฮ้-จีน

269.5

613

ฮ่องกง-จีน

267.6

561

มาเก๊า-จีน

275.0

538

จีนไทเป

242.7

560

ค่าเฉลี่ย OECD

217.8

494

                                  ที่มา: PISA 2012 Database, OECD, 2013

 

ข้อมูลชี้แนวโน้มส่วนใหญ่ว่านักเรียนที่มีเวลาเรียนคณิตศาสตร์มากกว่ามักมีคะแนนคณิตศาสตร์สูงกว่า กราฟในรูปข้างล่างนี้อาจชี้ภาพแนวโน้มนี้ได้ชัดขึ้น

รูป 1 กราฟเวลาเรียนกับคะแนนคณิตศาสตร์



.....ระบบโรงเรียนอื่นมีการเปลี่ยนแปลงเวลาเรียนอย่างไร

นับจากการประเมินคณิตศาตร์ในปี 2003 เป็นต้นมาจนถึงปี 2012 ในประเทศสมาชิก OECD ให้เวลาเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น โดยหลายประเทศให้เวลาเรียนเพิ่มขึ้นมาก เช่น เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งในโปรตุเกสและแคนาดา โปรตุเกสซึ่งเคยมีเวลาเรียนคณิตศาสตร์สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง 15 นาที ในปี 2003 ให้เวลาเพิ่มเป็น 4 ชั่วโมง 48 นาที ในแคนาดาเวลาเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มจาก 3 ชั่วโมง 43 นาที เป็น 5 ชั่วโมง 14 นาที และมีหลายประเทศมีเวลาเรียนเพิ่มมากกว่า 30 นาที ได้แก่ ในสเปน นอร์เวย์ และสหรัฐอเมริกา ใน 14 ประเทศ มีเวลาเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15 นาที

จะเห็นได้ว่า ในประเทศที่มีเวลาเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่ประเทศที่เคยมีเวลาเรียนน้อยมาตั้งแต่เดิมจากปี 2003 เวลาเรียนที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศสมาชิก OECD เกิดขึ้นทั้งในโรงเรียนทุกประเภท ทั้งในโรงเรียนที่ได้เปรียบและที่เสียเปรียบด้านสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในโรงเรียนของรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน โรงเรียนที่สอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตลอดจนโรงเรียนในชนบท ในเมือง และในเมืองใหญ่

อย่างไรก็ตาม ก็มีประเทศที่ลดเวลาเรียนคณิตศาสตร์ลงใน PISA 2003 เกาหลีซึ่งเป็นประเทศที่เคยมีเวลาเรียนคณิตศาสตร์สูงที่สุดมาก่อน และได้ลดเวลาเรียนคณิตศาสตร์ลงมากกว่า 30 นาทีต่อสัปดาห์ และเกาหลีก็เป็นประเทศคะแนนสูง แต่ก็ยังมีประเทศคะแนนต่ำที่ลดเวลาเรียนเฉลี่ยต่อสัปดาห์ลงอย่างน้อย 15 นาทีต่อสัปดาห์ ได้แก่ ตุรกี อุรุกวัย อินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก และไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีผลการประเมินต่ำ

จุดยุติ (End Point)
เวลาเรียนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลการเรียน นักเรียนไทยมีเวลาเรียนไม่เพียงพอโดยเฉพาะวิชาภาษา (ของชาติ) ส่งผลให้นักเรียนไทยประมาณครึ่งหนึ่งมีความสามารถทางภาษาไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานสากล การตัดสินใจที่สำคัญอย่างหนึ่งของระบบโรงเรียน คือ การกำหนดว่าจะให้เวลาเรียนวิชาหลักเท่าไร เพราะการมีเวลาเรียนที่มากพอต้องมาก่อนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและความเท่าเทียมกันในการเรียน แต่การเพิ่มเวลาเรียนอย่างเดียวก็ไม่ได้ประกันว่าการเรียนรู้จะดีขึ้น โรงเรียนและระบบโรงเรียนต้องประกันด้วยว่าจะต้อง มีหลักสูตรที่สอดคล้องเหมาะสม และมีครูคุณภาพสูง และสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่ดีประกอบด้วย

อ่านเพิ่มเติม

OECD (2013), PISA 2012 Results: What Makes Schools Successful? Resources, Policies and Practices (Volume IV), OECD publications, Paris. 


 โฟกัส หรือ จุดโฟกัส (Focal Point)

§  ภาษาทางฟิสิกส์ หมายถึง จุดบนแกนของเลนส์หรือกระจกที่เป็นจุดรวมของรังสีขนานของแสงที่เกิดการหักเหเมื่อผ่านเลนส์ หรือเกิดการสะท้อนของรังสีขนานของแสงเมื่อตกกระทบทำให้จุดนั้นมีความชัดที่สุด   ในทางสังคม หมายถึง ประเด็นที่เป็นที่สนใจ

 จุดยุติ (End Point)

§  ภาษาทางเคมี หมายถึง จุดที่การทำปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นสมบูรณ์และมีสารใหม่เกิดขึ้นซึ่งอาจสังเกตได้จากการเปลี่ยนสีของสาร




เผยแพร่ออนไลน์ 
2 กุมภาพันธ์ 2559